27 กุมภาพันธ์ 2562 พายุลูกเห็บ ถล่ม-อีสาน บ้านพังยับ! ไฟป่าเหนือ ค่ายังวิกฤติ

ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/1506023

หมอกควันและฝุ่นละอองในภาคเหนือยังไม่พ้นวิกฤติ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ก.พ. ที่สโมสรกาวิละ ค่ายกาวิละ อำเภอเมืองเชียงใหม่ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานแถลงการณ์ปิดกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ค่ายกาวิละ อำเภอเมืองเชียงใหม่ว่า กองทัพภาคที่ 3 จัดตั้งกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.จนถึงปัจจุบัน เพื่อตรวจค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน สาเหตุมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ สภาพภูมิประเทศมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ และมีภูเขาล้อมรอบ สภาพภูมิอากาศ ลมสงบนิ่ง ไม่มีลมพัดผ่าน เอื้ออำนวยการกักตัวของมลพิษและการกระทำของคนที่เข้าไปหาของป่า และจุดไฟเผาป่า การดำเนินการดับไฟป่า และการดำรงความต่อเนื่อง สร้างความยั่งยืนด้วยระบบป่าเปียก โดยสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น ทำให้เกิดน้ำขังอยู่ในพื้นที่ เกิดการแพร่ความชุ่มชื้น แนวความคิดจะขยายไปยังพื้นที่ปฏิบัติการที่ดอยพระบาท ดอยขะม้อ ดอยเหลาหลวง ดอยผาเมือง อุทยานแห่งชาติออบหลวง และอุทยานแห่งชาติแม่โถ หลังจากนี้คณะทำงานจะไปตั้งกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ ที่กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมืองพิษณุโลก ในวันที่ 1 มี.ค.นี้ ด้านรอง ผวจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่าเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานมีส่วนร่วม บูรณาการแก้ไขปัญหาหมอกควัน และไฟป่าอย่างจริงจัง งดการเผาทุกชนิดอย่างเด็ดขาด และนำร่องการจัดการเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร อาทิ การไถกลบตอซัง เตาเผาไร้ควัน เครื่องอัดปุ๋ยชีวมวล รวมไปถึงการเพาะเห็ด และการอัดฟางก้อน เพื่อช่วยบริหารจัดการกำจัดวัสดุเศษเหลือทิ้งทางการเกษตร และช่วยลดความรุนแรงของปัญหาจากการเผาทำลายทิ้ง สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่เพิ่มขึ้น สำหรับในเดือน ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ที่กระทำการเผาในพื้นที่ห้ามเผาจำนวน 2 ราย ในพื้นที่อำเภอเชียงดาว และอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่สถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ภาคเหนือ กรมควบคุมมลพิษรายงานว่า ตรวจพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กคุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดี ถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ สารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐาน ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 35-88 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานที่บริเวณตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ตำบลสบป้าด อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่ ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ตรวจพบค่าระหว่าง 56-122 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานที่บริเวณตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดลำปาง เกิดไฟไหม้ป่าในหลายพื้นที่ในอำเภอแม่พริก อำเภอเถิน อำเภอแม่ทะ อำเภอเมือง อำเภอห้างฉัตร อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอวังเหนือ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ชุดดับไฟป่า ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 32 จิตอาสา และชาวบ้านเดินเข้าดับไฟที่ลุกไหม้ในป่า และได้รับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมด้วย แต่สถานการณ์ไฟไหม้ป่ายังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จังหวัดลำปางมีภูเขาล้อมรอบ ลักษณะเป็นแอ่งกระทะ รายงานของกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ ว่า ค่าเฉลี่ยของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดลำปาง อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ 4 จุด ตรวจวัดสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของภาคเหนือ พื้นที่ที่คุณภาพอากาศค่า PM 2.5 สูงที่สุดประกอบด้วย ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง วัดได้ 83 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ วัดได้ 82 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ วัดได้ 69 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และตำบลสบป้าด อำเภอแม่เมาะ วัดได้ 55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จังหวัดพะเยา สภาพอากาศเกิดหมอกควันปกคลุมไปทั่ว ส่งผลกระทบทำให้ค่าของฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้น (PM2.5) มีค่า 82 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าแม่ปืม อำเภอเมืองพะเยา เปิดเผยว่าเมื่อคืนวันที่ 25 ก.พ. รับแจ้งเหตุไฟไหม้ป่าด้านทิศตะวันตก บ้านภูเงิน หมู่ 13 ตำบลแม่ปืม นำกำลังไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่ปืม พบจุดไฟไหม้ 2 จุด พื้นที่เสียหายรวม 12 ไร่ สาเหตุจากชาวบ้านลักลอบเข้าไปล่าสัตว์และจุดไฟเผา ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยาขับรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่และติดป้าย “รณรงค์ 60 วันอันตราย ห้ามเผาเด็ดขาดทุกพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.-15 เม.ย.62” ประกาศในพื้นที่ 9 อำเภอ ตามโครงการประชาสัมพันธ์ป้องกันหมอกควันและไฟป่า ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วยนายฉลองราชนิช นายก อบต.โพนสว่าง อำเภอเมืองหนองคาย และทหาร สำรวจความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนเมื่อกลางดึกวันที่ 25 ก.พ. ในพื้นที่ อ.เมืองหนองคาย บ้านเรือนได้รับ ความเสียหายหลายตำบล ประกอบด้วยตำบลโพนสว่าง 305 หลัง ตำบลโพธิ์ชัย 2 หลัง ตำบลหินโงม 140 หลัง ตำบลบ้านเดื่อ 2 หลัง ตำบลหาดคำ 44 หลัง ตำบลสีกาย 56 หลัง ตำบลหนองกอมเกาะ 3 หลัง ตำบลพระธาตุบังพวน 1 หลัง ตำบลค่ายบกหวาน 277 หลัง ตำบลวัดธาตุ 60 หลัง และที่ตำบลสระใคร อำเภอสระใคร 169 หลัง รวมแล้วมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายในครั้งนี้ 2 อำเภอ 11 ตำบล 63 หมู่บ้าน 1,059 หลังคาเรือน ขณะนี้กำชับให้ผู้นำท้องถิ่นเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อนำเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน หากเกินกำลังของท้องถิ่นให้รายงานต่ออำเภอและจังหวัดหนองคายเพื่อพิจารณาเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน และกำชับให้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจจะมีพายุเกิดขึ้นอีก รอง ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 25 ก.พ. เกิดพายุ ลูกเห็บตกในพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอเพ็ญ ส่งผลให้เกิดความเสียหายที่ศาลาพักผู้โดยสาร 2 หลัง ป้าย โฆษณาขนาดใหญ่ชั่วคราว และป้ายหาเสียงเลือกตั้ง ถูกกระแสลมซัดพัง หลังคาบ้านทะลุเป็นรูโหว่หลายหลัง มีผู้บาดเจ็บศีรษะแตก 2 คน เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ เข้าช่วยเหลือแล้ว พร้อมเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยไปอยู่ในที่ปลอดภัย ที่ จ.เลย เกิดพายุฝนตกหนัก ลูกเห็บขนาดเท่าลูกมะนาวตกในพื้นที่อำเภอวังสะพุง บ้านเรือนเสียหาย 6 หลัง ต้นไม้ขนาดใหญ่ทับรถเก๋ง 1 คัน โกดังเก่าขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 2 ไร่ พังทลายทั้งอาคาร ป้ายโฆษณา และศาลาที่พักริมทางพังล้ม ด้านนายอำเภอวังสะพุง นำกำลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ และให้ความช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว ส่วนที่จังหวัดบึงกาฬ เกิดพายุฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะถนนหลวงสาย 212 บึงกาฬ-บ้านแพง บ้านท่าโพธิ์ หมู่ 6 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ ต้นไม้หักโค่นลงมาขวางถนนเป็นจำนวนมาก การสัญจรไปมาลำบาก นอกจากนี้ยังมีป้ายหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.หลายพรรคติดประชาสัมพันธ์ไว้ตามริมถนนหักเสียหายล้มระเนระนาด เจ้าหน้าที่จากหมวดทางหลวงบึงกาฬ นำกำลังพร้อมเครื่องมือตัดกิ่งไม้ และนำเลื่อยยนต์ตัดต้นไม้ที่ล้มขวางถนน เพื่อเปิดเส้นทางการจราจร ที่บ้านม่วงหวาน หมู่ 13 ตำบลม่วงหวาน อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ถูกพายุซัดหลังคาปลิวพังเสียหาย 10 หลัง พืชผลการเกษตรโดยเฉพาะต้นอ้อย และต้นกล้วย ถูกแรงลมพัดหักโค่นได้รับความเสียหายหลายไร่ ด้านนายยุทธศาสตร์ เกรียงไกร อายุ 42 ปี ชาวบ้านเปิดเผยว่า ช่วงคืนวันที่ 25 ก.พ. เกิดพายุฝนตกหนักและมีลูกเห็บ ทำให้ไฟดับทั้งหมู่บ้าน กระทั่งช่วงเช้าทีมงานออกสำรวจความเสียหาย มีบ้านเรือนและยุ้งฉางได้รับความเสียหายหลายหลัง ผู้ใหญ่บ้านแจ้งว่า หน่วยงานราชการอยู่ระหว่างดำเนิน การให้ความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ในช่วงวันที่ 26 ก.พ. บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 27 ก.พ.-4 มี.ค. ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนเกิดขึ้นบางพื้นที่